ปฐมบทแห่งการล่มสลายของยุคสมัยเก่า
ณ กรุง GENEVA อันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ UEFA ได้ประกาศเจตจำนงในการรื้อถอนโครงสร้างเดิมของรอบคัดเลือก 2030 World Cup และ Euro 2032 ราวกับการล่มสลายของอาณาจักรโรมันที่ไม่อาจต้านทานกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงได้ และพวกเขากำลังจะยุติโศกนาฏกรรมแห่งความห่างชั้นระหว่างมหาอำนาจผู้รุ่งโรจน์กับเหล่าผู้น้อยผู้ต่ำต้อย ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่ถอดแบบมาจากจิตวิญญาณของ Champions League
Aleksander Ceferin ประธานผู้กุมบังเหียน UEFA ได้เผยความนัยตั้งแต่ปีกลายว่า การปฏิรูปนี้คือการชุบชีวิตศรัทธาที่กำลังมอดไหม้ของเหล่าสาวกและสถานีโทรทัศน์ เพราะในอดีตที่ผ่านมา กลุ่มรอบคัดเลือกของฟุตบอลชายนั้นช่างคาดเดาง่ายและจืดชืดราวกับบทละครที่ถูกเขียนตอนจบไว้ล่วงหน้าแล้ว
รอยเลือดบนผืนหญ้าและเสียงคร่ำครวญของความพ่ายแพ้
ผืนหญ้าสีเขียวขจีในอดีตเคยเป็นพยานให้กับความโหดร้ายที่เกินจะทนทาน เมื่อ France บดขยี้ Gibraltar อย่างไร้ความปรานีถึง 14-0 ในศึก Euro 2024 และ Austria ที่ไล่ต้อน San Marino ไปถึง 10-0 ในเกมคัดเลือก 2026 World Cup ผลลัพธ์ที่บิดเบี้ยวเหล่านี้เปรียบเสมือนรอยด่างพร้อยบนอาภรณ์ของเทพเจ้าแห่งฟุตบอล และมันคือเหตุผลที่ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของเกมการแข่งขันต้องสั่นคลอน
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา UEFA ได้เสนอการสร้างอาณาจักรชั้นสูง (Top Tier) ที่รวบรวมขุนพล 36 ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดตามอันดับโลก โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 12 ทีม และใช้ระบบลีกที่ซับซ้อนและทรงพลังเฉกเช่นเดียวกับ Champions League
โครงสร้างใหม่ภายใต้แสงตะวันแห่งความหวัง
ในสมรภูมิใหม่นี้ แต่ละทีมจะต้องลงฟาดฟัน 6 นัดกับคู่ต่อสู้ที่แตกต่างกัน 6 ราย และจะถูกจัดอันดับในตารางลีกที่มี 12 ทีมเป็นเดิมพัน โดยทีมจะถูกสุ่มจากโถทีมวาง 3 ระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าตารางการแข่งขันจะมีความสมดุลและหนักหน่วงอย่างเท่าเทียมกัน และรูปแบบนี้จะถูกบรรจุลงในปฏิทินของ FIFA ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน และมันจะไม่เป็นการเพิ่มภาระอันหนักอึ้งให้แก่ร่างกายของเหล่านักเตะที่กรำศึกหนักมาอย่างยาวนาน
เหล่าขุนพล 36 ทีมชั้นนำนี้ จะไม่ต้องลงไปเกลือกกลั้วกับทีมในอันดับที่ 37 ถึง 55 อีกต่อไป ซึ่งกลุ่มหลังนี้จะถูกแยกไปอยู่ในดินแดนของตนเอง และยังมีเส้นทางผ่านรอบ playoffs เพื่อดิ้นรนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์อันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
การตัดสินใจครั้งสุดท้าย ณ ปลายขอบฟ้า
คำตัดสินชี้ขาดต่อการปฏิรูปครั้งมโหฬารนี้คาดว่าจะบังเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดข้างสนามนัดชิงชนะเลิศ Europa League ณ นคร Istanbul ประเทศ Turkey
“แนวคิดนี้จะถูกขัดเกลาอย่างประณีตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนจะถูกนำเสนอเพื่อขออนุมัติขั้นสุดท้าย” UEFA กล่าวอย่างหนักแน่น แม้จะยังไม่ได้ระบุจำนวนโควตาที่แน่นอนสำหรับตั๋วสู่รอบสุดท้ายจากแต่ละกลุ่มก็ตาม
สำหรับ 2030 World Cup ที่มี Spain, Portugal และ Morocco เป็นเจ้าภาพหลัก—โดยมี 3 นัดเปิดสนามในอเมริกาใต้—คาดว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มี 48 ทีมเข้าร่วมชิงชัย และทวีป Europe ควรจะได้รับส่วนแบ่ง 16 ที่นั่ง ขณะที่ CONMEBOL องค์กรลูกหนังแห่งอเมริกาใต้ ได้ร้องขอให้ FIFA พิจารณาขยายอาณาจักรฟุตบอลโลกไปถึง 64 ทีมในอนาคต







