มหากาพย์บทใหม่ของขุนพลผู้ภักดี
ท่ามกลางกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่กำลังจะถูกจารึก Scott McKenna ปราการหลังผู้แข็งแกร่งดั่งหินผาหวังจะตอบแทนความเชื่อใจอันศักดิ์สิทธิ์ของ Steve Clarke กุนซือผู้เปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่แห่ง Scotland เพื่อนำพากองทัพวิสกี้ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างปาฏิหาริย์ในศึก World Cup ฤดูร้อนนี้
ยอดนักรบจาก Dinamo Zagreb ในวัย 29 ปี เพิ่งจะเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดของโครเอเชียมาหมาดๆ และเขากำลังจดจ้องไปที่การคว้าดับเบิลแชมป์ในนัดชิงชนะเลิศกับ Rijeka ขณะที่ผืนหญ้าในสนาม Maksimir ยังคงสั่นสะเทือนด้วยฝีเท้าของเขา McKenna ก็กำลังจะก้าวเข้าสู่ทำเนียบนักเตะผู้รับใช้ชาติครบ 50 นัด ซึ่งเป็นเกียรติยศที่น้อยคนนักจะเอื้อมถึง
ความศรัทธาที่เหนือกว่ายุทธวิธี
ในโลกฟุตบอลที่ความล้มเหลวหมายถึงการถูกเนรเทศ Steve Clarke กลับเลือกที่จะโอบกอดลูกทีมของเขาด้วยความเชื่อมั่น "สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผู้จัดการทีมคนนี้คือความสม่ำเสมอและความไว้วางใจ" McKenna กล่าวกับ BBC Scotland ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพดั่งศิษย์ที่มีต่ออาจารย์
เขาย้อนรำลึกถึงอดีตอันขมขื่นสมัยยังค้าแข้งกับ Aberdeen ที่ซึ่งความผิดพลาดส่วนบุคคลเปรียบเสมือนรอยร้าวในกำแพงเมือง แต่ Steve Clarke กลับไม่เคยละทิ้งเขา และยังคงเรียกตัวเขาสู่แคมป์ทีมชาติเสมอมา "ทุกนัดที่ผมลงเล่น ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ผมสู้เพื่อตอบแทนทุกหยาดหยดของความเชื่อใจที่เขามีให้ผม"
สมรภูมิที่รอคอย: จาก Massachusetts ถึง Florida
อนาคตของ Steve Clarke หลังจบศึก World Cup ยังคงพร่าเลือนดั่งหมอกยามเช้าในไฮแลนด์ เมื่อสัญญาของเขากำลังจะสิ้นสุดลงและยังไม่มีการลงนามในพันธสัญญาฉบับใหม่ ทว่าภารกิจเบื้องหน้าใน Group C นั้นหนักหนาสาหัสนัก Scotland จะต้องเผชิญหน้ากับ Haiti, Morocco และยักษ์ใหญ่อย่าง Brazil
ผืนหญ้าในสนามแข่งขันจะกลายเป็นพยานปากเอกในเกมเปิดสนามที่พบกับ Haiti ซึ่ง McKenna มองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่รอบถัดไปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ "การเตรียมตัวต้องไร้ที่ติ เราต้องแผดเผาทุกอย่างตั้งแต่นาทีแรก หากผมโชคดีพอที่จะได้อยู่บนเครื่องบินลำนั้นและได้สัมผัสผืนหญ้า ผมจะทุ่มเททุกสิ่งที่มี"
ข่าวลือและสัจจะในโครเอเชีย
ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องข้อเสนอระดับ 10 ล้านปอนด์ที่ถูกปฏิเสธไป McKenna กลับยิ้มรับและมองว่าเป็นเพียงความเข้าใจผิดในการสื่อสาร เขายังคงมุ่งมั่นกับสัญญา 4 ปีในถิ่น Dinamo Zagreb และต้องการซึมซับวัฒนธรรมแห่งผู้ชนะที่สโมสรแห่งนี้สั่งสมมานานกว่าสองทศวรรษ เพื่อนำจิตวิญญาณแห่งแชมป์เปี้ยนนั้นไปใช้ในนามทีมชาติ Scotland ในศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง







