ปฐมบทแห่งแรงกดอากาศ: จิตวิญญาณเหนือน่านฟ้า Wellington
ความกดอากาศที่ 1012 เฮกโตปาสกาล พร้อมกระแสลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าว Wellington คือฉากหลังของการกำเนิดกลุ่มก้อนทางอารมณ์ที่เรียกตัวเองว่า Flying Kiwis พวกเขาคือกลุ่มชาว New Zealand ผู้กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่กลับมารวมตัวกันอย่างหนาแน่นทุกครั้งที่ทีมชาติของพวกเขาลงฟาดแข้งในแมตช์สำคัญ เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนทางเสียงที่กึกก้อง แม้ในทางสถิติพวกเขาจะเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในสนามก็ตาม
ความย้อนแย้งที่งดงามนี้แฝงอยู่ในชื่อกลุ่ม เพราะ Kiwi คือนกประจำชาติที่เป็นสัญลักษณ์ของ New Zealand ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นสัตว์ที่บินไม่ได้ ทว่านับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา Flying Kiwis ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถโบยบินติดตามทีมชายของ New Zealand ไปได้ทุกหนแห่ง ทั้งในบ้านและต่างแดน จนถึงเวที World Cup เพื่อสร้างเกาะเล็กๆ แห่งเสียงเชียร์ที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
จุดเริ่มต้นจากผืนดินสู่เส้นขอบฟ้า
ย้อนกลับไปในปี 2009 เมื่อ New Zealand ต้องเผชิญหน้ากับ Bahrain ในรอบเพลย์ออฟเพื่อตั๋วใบสุดท้ายสู่ World Cup 2010 ณ South Africa หลังจากนัดแรกจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ความตึงเครียดก็เข้าปกคลุมนัดที่สองในบ้าน Matt Fejos ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเพียงนักศึกษาและยอมรับตามตรงว่าไม่ใช่แฟนบอลตัวยง ได้ตัดสินใจสร้างแรงขับเคลื่อนบางอย่าง
"ฉันรูดบัตรเครดิตวงเงิน 1,000 ดอลลาร์ เพื่อซื้อตั๋ว 32 ใบให้เพื่อนๆ เราอยากทำทุกอย่างที่ทำได้ เรามีป้ายแบนเนอร์ มีชุดหมีที่เขียนว่า Flying Kiwis และธงชาติ New Zealand" Fejos รำลึกถึงภาพวาดในอดีตที่ยังคงชัดเจน "นั่นคือช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่อยู่ที่นั่น และเป็นวินาทีที่ฟุตบอลได้หยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณของ New Zealand อย่างแท้จริง"
จากกลุ่มเพื่อนไม่กี่คน ปัจจุบันเครือข่ายนี้ขยายตัวไปทั่วโลก Fejos เล่าถึงประสบการณ์ใน Russia ช่วง Confederations Cup ปี 2017 ว่าชาวรัสเซียถึงขั้นจัดแมตช์กระชับมิตรระหว่างแฟนบอลขึ้น "มันทำให้ฉันตระหนักว่า ในดินแดนอันห่างไกล เราอาจเป็นชาว New Zealand กลุ่มแรกที่พวกเขาได้พบ เราจึงเป็นเสมือนตัวแทนของประเทศ การเชื่อมต่อกับโลกผ่านภาษาฟุตบอลคือการเดินทางที่งดงามที่สุด"
ภูมิศาสตร์แห่งศรัทธาในดินแดนรักบี้
ในดินแดนที่ Rugby ครองอำนาจดุจขุนเขาที่ยากจะสั่นคลอน วัฒนธรรมฟุตบอลใน New Zealand จึงต้องถูกสร้างขึ้นใหม่จากความว่างเปล่า Fejos และเพื่อนๆ เลือกที่จะสร้างเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นมา แม้จำนวนสมาชิกในโซนเชียร์จะดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่เขามองว่า "ข้อดีของการเป็นกลุ่มเล็กๆ คือเราสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์"
ในศึก World Cup ครั้งนี้ New Zealand ซึ่งรั้งอันดับ 85 ของโลก ต้องเผชิญกับพิกัดที่สูงชันใน Group G ร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง Belgium (อันดับ 9), Iran (อันดับ 21) และ Egypt (อันดับ 29) ทว่า Fejos เชื่อมั่นในตัวเหล่านักเตะที่ไปค้าแข้งในต่างแดน ซึ่งคุ้นชินกับแรงกดอากาศที่หนาแน่นและบรรยากาศที่บ้าคลั่งในลีกระดับสูงมาแล้ว
สัญลักษณ์แห่งการท้าทายแรงโน้มถ่วง
หากเทียบกับอินทรีหรือสิงโต นกกีวีอาจดูไม่ใช่สัญลักษณ์ที่น่าเกรงขาม แต่มันคือภาพแทนของความทรหด "นกกีวีบินไม่ได้ และเราก็อยู่โดดเดี่ยวห่างไกลจากโลกกว้าง วงการฟุตบอลอาชีพที่นี่ก็ยังเยาว์วัยนัก" Fejos อธิบายถึงอุปสรรคทางกายภาพ
ทว่าการที่นักเตะจากเกาะเล็กๆ สามารถก้าวไปเล่นในลีกที่ดีที่สุดของโลกและยืนหยัดใน World Cup ได้ คือการท้าทายความคาดหวังอย่างสิ้นเชิง หมายเลข 14 และหมายเลข 7 ที่อาจจะยังทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวานักในบางนัด จะต้องพิสูจน์ตัวเองภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้
"ผู้คนมักมองว่าเราเป็นเมืองแห่งรักบี้ หรือไม่ก็เป็นดินแดนของพวกฮอบบิท แต่นั่นทำให้เราลงสนามด้วยสัญชาตญาณของมวยรองที่ไร้ความกลัว" Fejos กล่าวทิ้งท้าย "เราต้องการประทับรอยเท้าและแสดงให้โลกเห็นถึงสิ่งที่แตกต่างออกไป"







