แคนาดา · เม็กซิโก · สหรัฐอเมริกา
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 · 12:33 GMT+7
Worldcup

มหกรรมแห่งความล่มสลาย: เมื่อ FIFA สถาปนาอาณาจักรฟุตบอลบนกองซากคาร์บอนและหยาดน้ำตาของชั้นบรรยากาศ

ดวงใจ พรหมมา รายงานความโอ่อ่าที่แฝงไปด้วยความพินาศของ World Cup 2026 เมื่อการขยายตัวของ FIFA นำมาซึ่งการทำลายล้างทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การกีฬา ผ่านการเดินทางข้ามทวีปและรอยเท้าคาร์บอนที่สูงลิ่วเกินกว่าที่โลกจะรับไหว

มหกรรมแห่งความล่มสลาย: เมื่อ FIFA สถาปนาอาณาจักรฟุตบอลบนกองซากคาร์บอนและหยาดน้ำตาของชั้นบรรยากาศ

โศกนาฏกรรมแห่งความมั่งคั่ง: เมื่อผืนหญ้าต้องร่ำไห้ใต้เงาปีกเหล็ก

ภายใต้ท้องฟ้าที่ขรึมขลังและหนักอึ้งราวกับจะถล่มลงมาทับโลก ศึก World Cup ครั้งที่กำลังจะมาถึงนี้หาใช่เพียงการเฉลิมฉลองแห่งมวลมนุษยชาติ แต่มันคือการประกาศศักดาของจักรวรรดิที่หิวกระหายเงินตราและอำนาจ และในขณะที่เม็ดเงินไหลบ่าราวกับแม่น้ำไนล์ที่เอ่อล้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกลับมองเห็นรอยร้าวที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยา

"มันช่างแตกต่างจาก Olympic Games ที่พยายามลดรอยเท้าคาร์บอนลงอย่างอดสูในหลายปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ FIFA World Cup ของเหล่าบุรุษผู้จองหองนั้น ทุกอย่างกลับดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง" David Gogishvili นักภูมิศาสตร์แห่ง University of Lausanne กล่าวกับ AFP ด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าราวกับนักพยากรณ์ที่มองเห็นกรุงโรมกำลังถูกเผาผลาญ

การขยายตัวของอาณาจักรที่ไร้ขอบเขต

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กองทัพนักเตะถูกขยายเป็น 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่สมรภูมิถูกแบ่งออกเป็นสามดินแดนใหญ่—Mexico, Canada และ United States—ราวกับพยายามจะครอบครองทั้งทวีปไว้ในกำมือเดียว และการวิจัยชี้ชัดว่ามันจะสร้าง carbon footprint ที่ใหญ่โตมโหฬารที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์การกีฬาเคยจารึกไว้

ตัวเลขการปลดปล่อยก๊าซ CO2 นั้นถูกประมาณการไว้สูงถึง 5-9 ล้านตัน และหากเปรียบเทียบกับ 1.75 ล้านตันของ Paris 2024 แล้ว มหกรรมนี้ก็คืออสูรกายที่สูบกินอากาศบริสุทธิ์อย่างไม่รู้จักพอ และมันยังบดขยี้สถิติ 2.17 ล้านตันของ Russia ในปี 2018 และ 3.17 ล้านตันของ Qatar ในปี 2022 ที่เคยถูกประณามเรื่องสนามติดแอร์ท่ามกลางทะเลทรายอย่างย่อยยับ

ระยะทางคือศัตรู และท้องฟ้าคือพยาน

แม้สังเวียนทั้ง 16 แห่ง ตั้งแต่ Toronto ที่เล็กที่สุด ไปจนถึง Arlington ใน Texas ที่จุคนได้มหาศาลถึง 94,000 คน จะเป็นสนามที่มีอยู่เดิม แต่บาปกำเนิดของทัวร์นาเมนต์นี้คือระยะทางอันไกลโพ้น และความห่างชั้นระหว่าง Miami ถึง Vancouver นั้นมากกว่า 4,500 กิโลเมตร และนั่นหมายถึงการเดินทางโดยเครื่องบินของเหล่านักเตะ และเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนบอลกว่า 5 ล้านคนที่ FIFA หมายมั่นปั้นมือจะกวาดต้อนมา

ลองจินตนาการถึงชะตากรรมของทีมอย่าง Bosnia and Herzegovina ที่ต้องรอนแรมกว่า 5,040 กิโลเมตร เพียงเพื่อจะลงฟาดแข้งในรอบแบ่งกลุ่มที่ Toronto และ Los Angeles และจบลงที่ Seattle—ผืนหญ้าที่นั่นคงจะสั่นสะท้านเมื่อต้องรองรับฝีเท้าของเหล่านักรบที่เหนื่อยล้าจากการข้ามขอบฟ้า

คำลวงของพระเจ้าองค์ใหม่แห่งวงการลูกหนัง

Gianni Infantino ประธาน FIFA ผู้เคยประกาศก้องถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนที่ COP26 กลับถูกคณะกรรมการความยุติธรรมของสวิส (CSL) ตำหนิอย่างรุนแรงฐานโฆษณาชวนเชื่อเรื่อง "ความเป็นกลางทางคาร์บอน" ที่ลวงโลกใน Qatar และในครั้งนี้ FIFA ก็เลือกที่จะนิ่งเงียบราวกับปฏิเสธความจริง

วงจรแห่งความละโมบที่ไม่มีวันสิ้นสุด

  • การขยายทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม คือการเพิ่มภาระให้โลกอย่างจงใจ
  • การแข่งขันระดับนานาชาติหนึ่งนัดสร้างมลพิษมากกว่าเกมลีกถึง 42 เท่า
  • แมตช์เดียวในรอบสุดท้ายอาจปล่อย CO2 สูงถึง 72,000 ตัน เทียบเท่ากับการใช้รถยนต์ในอังกฤษกว่า 51,500 คันตลอดทั้งปี

ความหิวกระหายในการเติบโตของ FIFA คือวงจรที่ไม่มีวันจบสิ้น และมันกำลังจะลามปามไปสู่ปี 2030 ที่จะจัดขึ้นใน 3 ทวีป 6 ประเทศ และปี 2034 ที่ Saudi Arabia ซึ่งมี Aramco ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันเป็นผู้สนับสนุนหลัก ราวกับเป็นการตอกย้ำว่า "การปฏิเสธความจริงด้านสิ่งแวดล้อมของ FIFA จะยังคงดำเนินต่อไป" ดังที่ศาสตราจารย์ Gilles Pache ได้จารึกไว้ในวารสารวิชาการอย่างเจ็บแสบ

— · —
ดพ
ดวงใจ พรหมมา
WORLDCUP
ดูบทความทั้งหมดโดย ดวงใจ →

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหากาพย์แห่งสายเลือดและผืนหญ้า: คู่มือปฐมบท Mexico สู่สมรภูมิ World Cup 2026

เจาะลึกทีมชาติเม็กซิโกชุดลุยศึก World Cup 2026 ภายใต้การนำของ Javier Aguirre ที่เน้นความดุดันและจิตวิญญาณนักสู้ นำทัพโดย Raúl Jiménez สัญลักษณ์แห่งการฟื้นคืนชีพ และม้ามืดอย่าง Armando González ในสมรภูมิที่ Estadio Azteca

โผทัพ USMNT ลุยบอลโลก: Alex Zendejas ผงาดคว้าตั๋ว แต่รอยร้าวในขุมกำลังสำรองคือวิกฤตที่ซ่อนเร้น

Mauricio Pochettino ประกาศรายชื่อ 26 ขุนพล USMNT ชุดลุย World Cup โดยมี Alex Zendejas และ Alex Freeman เป็นเซอร์ไพรส์ที่น่าจับตามอง แต่ความกังวลเรื่องความลึกของแดนกลางยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่

มหากาพย์แห่งขุนเขาและหยาดเหงื่อ: บทวิเคราะห์ทีมชาติ Czechia สู่สมรภูมิ World Cup 2026

เจาะลึกทีมชาติ Czechia ใน World Cup 2026 ภายใต้การนำของกุนซือรุ่นเก๋า Miroslav Koubek และกองหน้าตัวเก่ง Patrik Schick ท่ามกลางความท้าทายเรื่องสภาพอากาศและแรงกดดันจากแฟนบอล

ขุนพลพญาอินทรีประกาศศักดา: Adams และ Robinson นำทัพ USA ตะลุยศึก World Cup

Mauricio Pochettino ประกาศรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติ USA ชุดลุยศึก World Cup นำโดย Tyler Adams และ Antonee Robinson พร้อมการกลับมาของ Gio Reyna ท่ามกลางดราม่าในอดีต เตรียมประเดิมสนามนัดแรกพบ Paraguay 13 มิถุนายนนี้

5 จารึกก่อนเปิดฉาก World Cup: ทัพ USMNT เผยโฉม, อาการบาดเจ็บของ Lionel Messi และรอยร้าวในแคมป์ England

อัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดก่อน World Cup 2026 ทั้งอาการบาดเจ็บของ Lionel Messi, การประกาศรายชื่อนักเตะ USMNT และ England รวมถึงวิกฤตการณ์ที่ส่งผลต่อการเตรียมทีมของ Iran และ Congo

ปาฏิหาริย์แห่งทะเลทราย: Achraf Hakimi นำทัพ Morocco ลุย World Cup แม้ร่างกายยังบอบช้ำ

Achraf Hakimi มีชื่อติดทีมชาติ Morocco ชุดลุย World Cup แม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยทีมชุดนี้ยังนำทัพโดยดาวดังอย่าง Brahim Diaz และ Noussair Mazraoui แต่ไร้ชื่อของ Hakim Ziyech