แคนาดา · เม็กซิโก · สหรัฐอเมริกา
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 · 12:33 GMT+7
Worldcup

สงครามอำนาจหลังม่านหญ้า: เมื่อ FA และ US Soccer ลุกขึ้นท้าทายอาณาจักร Fifa เพื่อกอบกู้จิตวิญญาณ Women’s World Cup

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) และสหรัฐฯ (US Soccer) ผนึกกำลังกดดัน Fifa เพื่อขออำนาจบริหารจัดการ Women’s World Cup 2031 และ 2035 คืนสู่ท้องถิ่น หลังพบปัญหาค่าตั๋วแพงเกินเหตุและภาระค่าใช้จ่ายที่เมืองเจ้าภาพต้องแบกรับในโมเดลปัจจุบัน

สงครามอำนาจหลังม่านหญ้า: เมื่อ FA และ US Soccer ลุกขึ้นท้าทายอาณาจักร Fifa เพื่อกอบกู้จิตวิญญาณ Women’s World Cup

ปฐมบทแห่งการขัดขืน: เมื่อยักษ์ใหญ่จับมือกันทวงคืนอำนาจ

ท่ามกลางกลิ่นอายความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมสำนักงานใหญ่ใน Zurich สองมหาอำนาจลูกหนังอย่าง The Football Association และ US Soccer Federation ได้ตัดสินใจผนึกกำลังกันในภารกิจที่เปรียบเสมือนการลบกระดานยุทธศาสตร์ของ Fifa พวกเขากำลังล็อบบี้อย่างหนักเพื่อขอรื้อโครงสร้างการบริหารจัดการ Women’s World Cups ในปี 2031 และ 2035 เสียใหม่

เสียงอื้ออึงจากอัฒจันทร์ที่ยังว่างเปล่าในจินตนาการสะท้อนถึงความกังวลใจ ทั้งสองสมาคมต้องการอำนาจในการควบคุมระดับท้องถิ่นที่มากขึ้น หลังจากเห็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นในการเตรียมงานฟุตบอลโลกชายช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะประเด็นร้อนแรงเรื่อง ราคาตั๋วที่พุ่งสูงเสียดฟ้า และความขัดแย้งทางการเงินกับเจ้าหน้าที่รัฐและเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

ลูกฟุตบอล—เจ้าวัตถุทรงกลมที่แสนพยศและมักจะพยายามดิ้นรนหนีจากเท้าของผู้ควบคุม—กำลังกลายเป็นเดิมพันในเกมการเมืองครั้งนี้ เมื่อ US Soccer และ FA ต่างเป็นผู้เสนอตัวจัดงานเพียงรายเดียวสำหรับปี 2031 และ 2035 ตามลำดับ ซึ่ง Fifa จะทำการประกาศผลอย่างเป็นทางการในการประชุมวิสามัญเดือนพฤศจิกายนนี้

รอยร้าวในดินแดนแห่งเสรีภาพ: บทเรียนจากความโลภ

การเสนอตัวของสหรัฐฯ นั้นครอบคลุมไปถึงสนามหญ้าใน Mexico, Costa Rica และ Jamaica ขณะที่ FA นำทัพกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรทั้ง Scotland, Wales และ Northern Ireland เข้าชิงชัย แหล่งข่าวจาก US Soccer ระบุว่าพวกเขาได้รับสัญญาณบวกจากการที่ Fifa ยอมเปิดหูรับฟังความกังวลในช่วงการเจรจาเบื้องต้น

พายุเริ่มก่อตัวเมื่อ Fifa ตัดสินใจเปลี่ยนโมเดลการทำงานที่ใช้มานานหลายทศวรรษหลังจบศึกที่ Qatar โดยหันมาควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดด้วยตัวเองสำหรับทัวร์นาเมนต์ใน US, Canada และ Mexico จากเดิมที่เคยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการในท้องถิ่นหรือ Loc

ภายใต้ระบอบใหม่นี้ Fifa ตะโบมเก็บเกี่ยวทั้งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และยอดขายตั๋วไว้ในมือเพียงผู้เดียว ทิ้งให้เมืองเจ้าภาพต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้าน "ความปลอดภัยและการป้องกัน" จนนำไปสู่ความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วท้องถนน

ตั๋วราคาเรือนแสนและรถไฟที่ไร้ความปรานี

เสียงก่นด่าระงมเมื่อราคาตั๋วนัดชิงชนะเลิศพุ่งทะยานไปถึง $10,990 ขณะที่ Mikie Sherrill ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Fifa อย่างเผ็ดร้อนที่ไม่ยอมช่วยออกค่าใช้จ่ายด้านการคมนาคม หลังจาก NJ Transit สร้างความตกตะลึงด้วยการประกาศเก็บค่าโดยสารไป-กลับจาก Manhattan ไปยัง New York New Jersey Stadium สูงถึง $150

  • Philadelphia และ Houston เป็นเพียงสองเมืองที่ยังคงกัดฟันจัดงาน Fifa fan festivals เต็มรูปแบบ 39 วันตามข้อกำหนดเดิม
  • เมืองอื่นๆ หลายแห่งตัดสินใจยกเลิกหรือลดขนาดงานลงเนื่องจากสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว
  • FA และ US Soccer โต้แย้งว่า Fifa ไม่เข้าใจบริบทของตลาดท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ทางเลือกแห่งความหวัง: โมเดลแบบยุโรป

ในขณะที่ Fifa เดินหน้าด้วยความแข็งกร้าว Uefa กลับเลือกใช้โมเดล Loc ในการรันศึกชิงแชมป์ยุโรป โดยมีบริษัทอย่าง UK & Ireland 2028 Limited ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแล Euro 2028 โดยเฉพาะ ซึ่งทาง FA ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะนำระบบนี้กลับมาใช้กับ Women’s World Cup

ความกังวลที่เกาะกินหัวใจของ FA คือกลยุทธ์การตั้งราคาตั๋วแบบ Variable pricing ที่ผันผวนตามความต้องการของตลาด ซึ่งพวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในการร่วมมือกับ Uefa เพื่อตรึงราคาตั๋ว Euro 2028 ให้เท่ากับทัวร์นาเมนต์ในเยอรมนี โดยจัดสรรตั๋วราคาถูกในหมวด “Fans First” (ต่ำกว่า £30 และ £60) ไว้ถึง 40% ของทั้งหมด

เมื่ออาทิตย์อัสดงลงที่ขอบสนาม ทั้ง FA และ US Soccer ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่รอการปะทุในห้องประชุมเดือนพฤศจิกายนนี้

— · —
มว
มินตรา วงศ์ประเสริฐ
WORLDCUP
ดูบทความทั้งหมดโดย มินตรา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหากาพย์แห่งสายเลือดและผืนหญ้า: คู่มือปฐมบท Mexico สู่สมรภูมิ World Cup 2026

เจาะลึกทีมชาติเม็กซิโกชุดลุยศึก World Cup 2026 ภายใต้การนำของ Javier Aguirre ที่เน้นความดุดันและจิตวิญญาณนักสู้ นำทัพโดย Raúl Jiménez สัญลักษณ์แห่งการฟื้นคืนชีพ และม้ามืดอย่าง Armando González ในสมรภูมิที่ Estadio Azteca

โผทัพ USMNT ลุยบอลโลก: Alex Zendejas ผงาดคว้าตั๋ว แต่รอยร้าวในขุมกำลังสำรองคือวิกฤตที่ซ่อนเร้น

Mauricio Pochettino ประกาศรายชื่อ 26 ขุนพล USMNT ชุดลุย World Cup โดยมี Alex Zendejas และ Alex Freeman เป็นเซอร์ไพรส์ที่น่าจับตามอง แต่ความกังวลเรื่องความลึกของแดนกลางยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่

มหากาพย์แห่งขุนเขาและหยาดเหงื่อ: บทวิเคราะห์ทีมชาติ Czechia สู่สมรภูมิ World Cup 2026

เจาะลึกทีมชาติ Czechia ใน World Cup 2026 ภายใต้การนำของกุนซือรุ่นเก๋า Miroslav Koubek และกองหน้าตัวเก่ง Patrik Schick ท่ามกลางความท้าทายเรื่องสภาพอากาศและแรงกดดันจากแฟนบอล

ขุนพลพญาอินทรีประกาศศักดา: Adams และ Robinson นำทัพ USA ตะลุยศึก World Cup

Mauricio Pochettino ประกาศรายชื่อ 26 นักเตะทีมชาติ USA ชุดลุยศึก World Cup นำโดย Tyler Adams และ Antonee Robinson พร้อมการกลับมาของ Gio Reyna ท่ามกลางดราม่าในอดีต เตรียมประเดิมสนามนัดแรกพบ Paraguay 13 มิถุนายนนี้

5 จารึกก่อนเปิดฉาก World Cup: ทัพ USMNT เผยโฉม, อาการบาดเจ็บของ Lionel Messi และรอยร้าวในแคมป์ England

อัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดก่อน World Cup 2026 ทั้งอาการบาดเจ็บของ Lionel Messi, การประกาศรายชื่อนักเตะ USMNT และ England รวมถึงวิกฤตการณ์ที่ส่งผลต่อการเตรียมทีมของ Iran และ Congo

ปาฏิหาริย์แห่งทะเลทราย: Achraf Hakimi นำทัพ Morocco ลุย World Cup แม้ร่างกายยังบอบช้ำ

Achraf Hakimi มีชื่อติดทีมชาติ Morocco ชุดลุย World Cup แม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวน โดยทีมชุดนี้ยังนำทัพโดยดาวดังอย่าง Brahim Diaz และ Noussair Mazraoui แต่ไร้ชื่อของ Hakim Ziyech